ปลอดภัยจากไฟไหม้รถ

carfire

ในขณะที่คุณขับรถยนต์บนถนน แล้วคุณได้กลิ่นไหม้ของยาง พลาสติก มองเห็นควันหรือเปลวเพลิงที่รถคุณ....คุณจะทำอย่างไร??

ไฟไหม้รถยนต์ หลายครั้งที่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหหานคร เกิดเหตุการณ์นี้ สาเหตุของไฟไหม้รถยนต์ส่วนใหญ่มาจากทั้งระบบเครื่องยนต์ และระบบไฟฟ้าภายในตัวรถเอง ที่ไม่มีการดูแลบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ และหากเป็นรถที่ใช้เชื้อเพลิงประเภท แอลพีจี หรือเอ็นจีวี คุณยิ่งต้องหมั่นตรวจเช็คสภาพรถยนต์ มากกว่าปกติ

 

การป้องกันเหตุเพลิงไหม้จากรถที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทแก็สโซฮอล์ เบนซิน ก๊าซ LPG และ NGV
ใน กรณีที่รถยนต์ถูกไฟไหม้ อุณหภูมิภายในกองเพลิงอาจสูงถึงหลายร้อยองศา ซึ่งจะทำให้แรงดันในถังแก๊สเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะมีวาวล์ Pressure Relief ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปที่ช่วยระบายแก๊สออกโดยการเปิด – ปิดวาวล์เป็นระยะ ๆ ที่แรงดัน 25-27 บาร์ แต่ถ้าถังแก๊สใบนั้นไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ หรือมีอายุการใช้งานมาหลายปีและขาดการดูแลตรวจสภาพ ความแข็งแรงของถังแก๊สและค่าความต้านทานแรงดัน (Pressure Rresistance) อาจลดลง จึงอาจทำให้ถังแก๊สชิงระเบิดก่อนได้ ดังนั้นวาล์วThermo Fuse ของ โทมาเซทโต้ จึงถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยระบายแก๊สในถังและลดแรงดันอีกทางหนึ่งแยก ต่างหากจากตัววาวล์ Pressure Relief ช่วยระบายแก๊สในถัง และลดแรงดันในถังแก๊สได้อย่างรวดเร็ว จึงช่วยลดความเสี่ยงในการระเบิดของถังแก๊สได้แม้จะอยู่ในกองเพลิงขนาด ใหญ่ เมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ

ป้องกันไฟไหม้รถยนต์คุณได้

1. ตรวจเช็ครถตามระยะกำหนดของรถรุ่นนั้นๆ

2. ขณะที่คุณเติมเชื้อไม่ว่าจะเป็นเบนซิน แก็สโซฮอล์ แอลพีจี เอ็นจีวี ควรเปิดกระจกรถยนต์เพื่อระบายไอระเหยของแก็ส

3. น้ำมันเครื่อง - อาจเลือกใช้น้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ที่ใช้ระบบแก๊ส (LPG หรือ NGV) เป็นเชื้อเพลิง

4. ข้อต่อแก๊สทุกจุด - ตรวจการรั่วโดยใช้น้ำสบู่ หยอดที่ข้อต่อแก๊ส ทุกจุดที่สามารถทำได้เอง (ตรวจขณะเปิดใช้ระบบ แก๊ส)

5. เข้ารับบริการตรวจเช็คระบบแก๊ส ตามระยะเวลาที่อู่ / ศูนย์ติดตั้งแก๊สนั้นๆกำหนด

6. ควรสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยน้ำมัน เพื่อให้สตาร์ทง่าย ลดอาการสั่นขณะสตาร์ทและหล่อเลี้ยงระบบเชื้อเพลิง (ระบบแก๊สส่วนใหญ่ จะสตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้งด้วยน้ำมันอยู่แล้ว)

7. การดับเครื่องยนต์ ควรดับด้วยระบบน้ำมันบ้างในบางวัน เพื่อให้น้ำมันเข้าสู่ระบบต่างๆ เช่นหัวฉีดน้ำมัน, กระบอกสูบ, ห้องเผาไหม้ ฯลฯ เพื่อไม่ให้ห้องเผาไหม้แห้งจนเกินไป ( แนะนำอย่างยิ่งให้ปฏิบัติดังกล่าวในกรณีที่ท่านจะต้องจอดรถ หรือไม่ ใช้รถเป็นเวลานานหลายๆวัน)

8. ควรเติมแก๊สจากสถานีบริการที่มีมาตรฐาน (อาจมีสิ่งปลอมปนได้ในปั๊มแก๊สที่ไม่ได้มาตรฐาน)

9. หากไม่ใช้รถยนต์เป็นเวลานานหลายวัน ควรปิดวาล์วมือหมุนที่ถังแก๊ส เพื่อป้องกันแก๊สรั่วในกรณีที่ระบบวาล์วไฟฟ้าที่จุดอื่นบกพร่อง

10.ขับรถตามกฎหมายกำหนด ทั้งการดื่มแอลกอฮอล์ หรือการขับรถด้วยความเร็วกำหนด ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ

รู้ได้อย่างไรว่าอันตราย

1.พบรอยแตกหลวมของสายไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ฟิวส์

2.มีรอยน้ำมันรั่วซึม

3.ฝาน้ำมันไม่อยู่ในสภาพใช้งาน

4.ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงเลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือรถยนต์มีอุณภูมิสูงมาก

5.ได้กลิ่นเหม็นไฟไหม้ยาง พลาสติก

ข้อปฏิบัติเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ

1.จอดรถ ดึงเบรคมือ เปิดกระจกรถ

2.ปิดสวิทช์กุญแจ และดึงกุญญแจออกจากสวิทช์กกุญแจ

3.ลงจากรถพร้อมสังเกตุกลิ่นรั่วของเชื้อเพลิงทั้งสองชนิด (ทั้งแก๊ส และ น้ำมัน) แล้วรีบปิดวาล์วมือหมุนถังแก๊ส(กรณีใช้ถังวาวล์มือ หมุนแบบธรรมดา)

4.ดึงฟิวส์ของระบบแก๊ส ข้างแบตเตอรี่ออก เพื่อตัดการทำงานของระบบแก๊ส

5.หากมีกลิ่นแก๊สหรือน้ำมันเชื้อเพลิง ให้รีบออกห่างพอสังเกตุเห็นได้

6.แจ้งเหตุฉุกเฉินโทร 199 ดับเพลิงและกู้ภัย และไม่ควรสตาร์ทเครื่องยนต์อีก เพราะอาจเกิดเพลิงลุกไหม้ได้

Copyright